Demand-Side Management
 (DSM)
  


การจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า  คือ การส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ (Promotion of Electricity  Energy Efficiency) ในความหมายกว้าง เป็นแนวทางที่เกิดขึ้นและแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อโลกประสบวิกฤตการณ์พลังงานในช่วงทศวรรษ 1970 ทำให้ทั่วโลกได้ตระหนักว่า การผลิตเพื่อสนองความต้องการใช้พลังงานเพียงทางเดียว ย่อมก่อให้เกิดปัญหาหลายประการติดตามมา เช่น ทรัพยากรพลังงานที่นับวันจะหมดไป, ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากมลภาวะที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงาน เป็นต้น แนวคิดการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้รับการเผยแพร่และคิดค้นวิจัยไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและจริง จัง อาจกล่าวได้ว่า DSM เป็นทางเลือกเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งสำหรับการวางแผนพัฒนาการผลิตและส่งไฟฟ้า โดยประเทศไทยนับเป็นประเทศแรกเริ่มในภูมิภาคเอเซีย ที่ดำเนินการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม และได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพและผลการดำเนินงานส่งเสริมการใช้ไฟฟ้า อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแพร่หลายและยั่งยืน

        การดำเนินการด้านพลังงานไฟฟ้าของไทยแบ่งออกเป็น ด้าน Supply-Side Management คือ การวางแผน ก่อสร้างและจัดหาแหล่งผลิตไฟฟ้าเพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้ และด้าน Demand-Side Management คือ มาตรการที่ปรับเปลี่ยนปริมาณ และหรือ ลักษณะของการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า (end-use) โดยทั่วไป เพื่อวัตถุประสงค์หลัก 2 ด้าน คือ การปรับการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าให้สมดุลกับการผลิตไฟฟ้า โดยผ่านเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ หรืออาจเป็นการปรับเปลี่ยนแบบแผนการใช้ไฟฟ้าด้วยวิธีการจัดการบริหารความ ต้องการใช้ไฟฟ้า และวัตถุประสงค์อีกด้านหนึ่ง คือการสร้างเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (Energy Conservation)

        ในระดับกว้าง เป้าหมายของ DSM คือการใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างเหมาะสม (optimizing energy resources) โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่การลดต้นทุนรวมของสังคม และในวัตถุประสงค์ที่กว้างไปกว่านั้นคือ การปรับปรุงแก้ไขสภาพแวดล้อมและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ซึ่งบางครั้งวัตถุประสงค์เหล่านี้ก็นำมาใช้ในการพิจารณาด้วย

         ในระดับแคบลงมา DSM สามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างเป็นการเฉพาะ โดยทั่วไปก็คือเพื่อหลีกเลี่ยงหรือชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ออกไปโดยเป็นทาง เลือกที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า ในเวลาที่ข้อจำกัดทางด้านการผลิตเป็นเรื่องเร่งด่วนยังสามารถใช้ DSM เพื่อดำรงความสามารถของระบบ (หลีกเลี่ยงการ brownouts) หรือทำให้กำลังผลิตของระบบสามารถให้บริการต่อผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่ได้มากขึ้น

         โปรแกรม DSM ประกอบด้วยมาตรการต่าง ๆ ที่มีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมและสนับสนุน ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มเป้าหมายให้ ปรับปรุงแนวทางการใช้ไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการของกิจการไฟฟ้า ในขณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้ายังคงได้รับคุณประโยชน์รวมทั้งความพึงพอใจเท่าเดิมหรือ ดีกว่าเดิม เช่น เพิ่มความมั่นคงของระบบ ลดค่าใช้จ่ายของกิจการไฟฟ้าและผู้ใช้ไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า รวมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในการพัฒนาและผลิตไฟฟ้า เป็นต้น

 


             Peak clipping  วิธีการจัดการให้ช่วงความต้องการไฟฟ้าสูงสุดลดลง (Reduction of Peak Load) วิธีการทั่วไป คือ การควบคุมเวลาและปริมาณการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าโดยตรง โดยควบคุมที่อุปกรณ์

 

 



           Peak shifting  คือ load management อีกวิธีหนึ่งที่เลื่อนการใช้ไฟฟ้าจากช่วง peak มาสู่ off-peak เช่น storage water heating หรือ เลื่อนเวลาการใช้ไฟฟ้าโดยผู้ใช้เอง

  



          Valley filling คือ การเพิ่มความต้องการในช่วง off-peak ถ้าหากต้นทุนหน่วยสุดท้าย (Long-run marginal cost) ต่ำกว่าราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ย การใช้วิธีการเพิ่มปริมาณจำหน่าย ก็จะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่ำลงได้ วิธีการที่นิยมใช้สำหรับเป้าหมายนี้ก็คือ การใช้เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage)

 

          Strategic load growth คือ การเพิ่ม energy sale นอกเหนือจากวิธี valley filling ทําได้โดยเพิ่มหรือส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงอื่น

 


        Strategic conservation คือ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าทุกช่วงเวลา การส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ดังที่ กฟผ. ดำเนินการเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้กลยุทธ์นี้
 

 

           Flexible Load Shape or Flexible Reliability คือ การปรับเปลี่ยน load-shape ไปตามต้องการได้โดยผู้ใช้ไฟฟ้ายอมรับความเชื่อถือได้ของระบบที่ต้องเปลี่ยนไปโดยแลกกับสิ่งจูงใจ (incentive) เช่น การใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบงดจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ (Interruptible Rate) เป็นต้น

carbonfoot bannerlabel5 banner